วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556

การศึกษา


การศึกษาแคนาดาแคนาดาเป็นประเทศที่สงบเงียบ ปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันมีสภาพเศรษฐกิจดี รัฐบาลแคนาดาใส่ใจความเป็นอยู่ของประชากรอย่างมากดังนั้นการศึกษาในประเทศแคนาดาจัดได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก





•   ซัสคาเซวาน (Saskatchewan) เมืองหลวงชื่อ รีไจนา (Regina) พื้นที่ครึ่งหนึ่งของมณฑลเต็มไปด้วยป่าไม้ ที่เหลือเป็นส่วนหนึ่งของทุ่งราบแพรรี่ (Prarie) บางส่วนเป็นทะเลสาบ น้ำใสสะอาด ซัสคาเซวานได้ชื่อว่าเป็น ตะกร้าขนมปังของแคนาดา เพราะเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวสาลี ข้าวฟ่าง ข้าวไรย์ และลูกเดือย


การท่องเที่ยว 

•   บริติชโคลัมเบีย (British Columbia) ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่แปซิฟิก เป็นมณฑลตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดของแคนาดา มีชายฝั่งทะเลที่งดงามคล้ายฟยอร์ด พื้นที่เป็นภูเขาใหญ่น้อย เมืองหลวงคือวิคตอเรีย (Victoria) แต่เมืองที่เป็นที่รู้จักกันดีคือเมืองแวนคูเวอร์ (Vancouver) อากาศจะอบอุ่นที่สุด  




การแบ่งเขตการปกครอง





แคนาดาเป็นสหพันธรัฐที่ประกอบด้วย 10 รัฐ (provinces) และ 3 ดินแดน (territories) ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างรัฐกับดินแดนคือ รัฐของแคนาดาได้รับมอบอำนาจจากบทบัญญัติในกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยตรง ขณะที่ดินแดนของแคนาดาจัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายของสหพันธรัฐ ดังนั้น รัฐบาลสหพันธ์จึงมีอำนาจโดยตรงในการควบคุมดูแลดินแดน ส่วนรัฐบาลของรัฐนั้นจะมีอำนาจและสิทธิในการปกครองตนเองมากกว่า

เชื้อชาติ

จำนวนประชากร:32.601.360 ล้านคน (2551)
สังคมของแคนาดาเป็นสังคมที่มีส่วนผสมของชนชาติต่าง ๆ มากมาย โดยชนชาติที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานมากที่สุด ระหว่างปี พ.ศ. 2534 - 2543 คือคนจากเอเชีย (จีน อินเดีย ปากีสถาน ลาว เขมร เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อิหร่าน) ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 59.5 ของคนเข้าเมืองเพื่อตั้งถิ่นฐานในแคนาดา
โดยในปี พ.ศ. 2505 (ค.ศ. 1962) รัฐสภาแคนาดาได้ออกกฎหมายคนเข้าเมืองตามข้อเสนอของพรรคอนุรักษนิยม ซึ่งยังคงมีผลบังคับใช้จนทุกวันนี้ สาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าวคือการยกเลิกการเลือกปฏิบัติ (ก่อนหน้านี้ มีการออกกฎหมายปี พ.ศ. 2430 (ค.ศ. 1887) เพื่อกีดกันการเข้าเมืองของคนจีน และต่อมาปี ค.ศ. 1910 ได้ออกกฎหมายที่ใช้หลักการแหล่งกำเนิด แบ่งเป็น preferred ซึ่งคือ กลุ่มคนยุโรป และ non-preferred ได้แก่ กลุ่มที่ไม่ใช่ยุโรป) กล่าวคือ การเปิดรับคนเข้าเมืองจากทุกที่อย่างเป็นทางการทั่วไป และการใช้วิธีการคิดคะแนนประเมินน้ำหนัก (point system) ว่าสมควรรับผู้ใดเข้าไปตั้งถิ่นฐานในแคนาดา ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า แคนาดามองเรื่องการรับคนเข้าไปตั้งถิ่นฐานอย่างเป็นการถาวร เพื่อเป็นฐานการเก็บภาษีให้แก่รัฐบาลกลางและรัฐบาลของรัฐ
ค่านิยมหลักของสังคมแคนาดาที่ฝังลึกในทุกคนคือ การส่งเสริมและเคารพในสิทธิและเสรีภาพของมนุษย์ ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานสำคัญที่สุดของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สังคมแคนาดาจะสนใจอย่างยิ่งต่อพัฒนาการในประเทศที่มีระบอบการปกครองที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน





สภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพ

ประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ประเทศหนึ่ง ภาคตะวันตกของประเทศจะเป็นพื้นที่เพาะปลูก มีอุตสาหกรรมการเกษตรที่สมบูรณ์ มณฑลบริติชโคลัมเบียมีชื่อเสียงด้านเหมืองแร่ การประมง การทำฟาร์ม และกิจการโรงเลื่อย ภาคกลางเป็นศูนย์กลางด้านการเมืองและอุตสาหกรรม สถาบันการเงิน และการบริการ มณฑลทางมหาสมุทรแอตแลนติก มีชื่อเสียงทางด้านการผลิตอาหาร


หน่วยเงินตรา แคนาเดียนดอลลาร์ (1 CND ประมาณ 30.22 บาท) (13 มีนาคม 2550 )  GDP 993 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2546)   รายได้เฉลี่ยต่อหัว 31,300 ดอลลาร์สหรัฐ (2546)  ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ 34.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ    อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 1.7 (ประมาณการปี 2546)
ระบบเงินตรา ของแคนาดาคือ ดอลล่าร์แคนาดา จำนวนเงินที่ใช้ในประเทศแคนาดา จะมีธนบัตร ซึ่งมีมูลค่าดังต่อไปนี้ 2, 5, 10, 20, 50, 50, 100 และ ธนบัตรใบละ 1,000 ดอลล่าร์แคนาดา ส่วนเหรียญจะมีอัตราดังต่อไปนี้ 1c, 5c, 10c, 25c, 50c และเหรียญ 1 ดอลล่าร์แคนาดา เหรียญ 1 ดอลล่าร์แคนาดานี้ มีชื่อว่า "Loonies" เพราะมีรูปของนก ชนิดหนึ่งอยู่ บนเหรียญนั่นเอง ธนาคารต่าง ๆ ในแคนาดามีบริการแก่นักเรียนนักศึกษา ในหลายรูปแบบ เช่น บัญชีออมทรัพย์ บัญชีสะสมทรัพย์ และ อื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ นักเรียน
นักศึกษา สามารถที่จะมีบัตรเครดิตหรือบัตร ATM ได้ในแคนาดา หากครอบครัวของคุณ มีความประสงค์ที่จะจำกัดจำนวนค่าใช้จ่ายของคุณในแต่ละเดือน ก็สามารถที่จะแจ้งให้ ธนาคาร ดำเนินการดังกล่าวได้แต่ละเดือน สำหรับการใช้จ่ายของคุณ
โดยเบิกเงินจากบัญชี หรือ บัตรเครดิตในแคนาดา จะมีธนาคารแห่งเอเชียในเขต สถานที่ที่มีชาวเอเชียอยู่อย่างหนาแน่น ซึ่งจะมีพนักงานของธนาคารที่ใช้ ภาษาของคนเอเชียได้ ไม่ว่าจะเป็นภาษาจีน กวางตุ้ง หรือแต้จิ๋ว หรือ อื่น ๆ
อัตราค่าครองชีพในแคนาดาค่อนข้างต่ำ ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศต่าง ๆ ที่เป็นประเทศ ที่พัฒนาแล้ว ค่าครองชีพต่ำที่สุดคำนวณเฉลี่ยแล้ว ประมาณ 7,500 ดอลล่าร์แคนาดา จนถึงกว่า 15,000 ดอลล่าร์แคนาดาต่อปี แต่ในบางแห่ง เช่น Vancouver, Toronto และ  Montreal จะมีค่าครองชีพที่สูงมากซึ่งอาจจะมาจาก ค่าเช่าบ้าน หรือ อพาร์ทเมนท์ แต่หากคุณพอมีสตางค์ คุณสามารถสรรหา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ว่า จะเป็นอาหารอร่อย ๆ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ห้องอาหาร





สภาพสังคมและแนวโน้มวัฒนธรรมโดยภาพรวม 
 
ประเทศแคนาดามีประชากรน้อยมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ของประเทศ ชาวแคนาดาส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพมาจากประเทศต่างๆ  จึงมีขนบธรรมเนียมประเพณีและนโยบายส่งเสริมให้มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีอาหารของชนหลายเชื้อชาติและกิจกรรมสันทนาการของชนชาติจากวัฒนธรรมที่หลากหลายนั้นๆ นอกจากนี้มีสโมสร กลุ่มย่อย และสมาคมของประชากรจากหลากหลายเชื้อชาติ ในย่านใจกลางเมืองใหญ่ๆ ทุกแห่งมีห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ ห้องแสดงภาพ และพิพิธภัณฑ์มากมาย นอกจากนี้เมืองต่างๆ ในแคนาดายังมีสวนสาธารณะ สวนดอกไม้ และชายหาดสาธารณะ พร้อมทั้งกีฬาและสันทนาการชั้นเยี่ยมอีกด้วย แคนาดายังเป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ที่หลากหลาย และมีกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย เริ่มจากชายฝั่งที่เขียวขจีของมณฑลบริติช โคลัมเบีย เทือกเขาร็อคกี้ขนาดใหญ่ที่มณฑลอัลเบอร์ต้า ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ของทุ่งหญ้าแพรรี่จนถึง  ดินแดนแห่งน้ำตาลเมเปิ้ล ”  ที่ทะเลสาบทั้งห้าและเซนต์ลอเรนซ์  ไปจนถึงแถบเชิงเขาและชายฝั่งอันงดงามของมณฑลในแถบฝั่งแอตแลนติก   ค่านิยมของชาวแคนาดาส่วนใหญ่คือ การส่งเสริมและเคารพในสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ 




สกุุลเงินตรา

การศึกษาในแคนาดาไม่ฟรี แต่ก็สามารถศึกษาได้ด้วยงบประมาณที่ประหยัด ค่าเล่าเรียนโดยเฉลี่ย ประมาณ 8.64 เหรียญแคนาดา (5264 เหรียญสหรัฐ) สำหรับหนึ่งปีการศึกษา (8 เดือน) 
นักเรียนต่างชาติประหยัดได้มากกว่าเมื่อศึกษาต่อที่ ประเทศแคนาดา ในการสำรวจเมื่อปี 2003 จากสมาคมมหาวิทยาลัยเครือจักรภพ ประเทศ แคนาดามีค่าเล่าเรียนที่ถูกที่สุดเมื่อเทียบกับสหราชอาณาจักรอังกฤษ, ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ และค่าเล่าเรียนปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยของรัฐ ในอเมริกาแพงกว่าแคนาดาถึง 1/3 เท่า สำหรับมหาวิทยาลัยเอกชนในอเมริกา ก็แพงกว่าแคนาดาถึง 2 เท่า องค์ประกอบในค่าครองชีพที่ตำ่กว่าในประเทศ แคนาดายิ่งทำให้การศึกษาที่เลื่องชื่อในคุณภาพของแคนาดา นักศึกษาได้เรียนศึกษาต่อและประหยัดได้มากกว่า






ด้านการท่องเที่ยว

แคนาดาเป็นประเทศกว้างใหญ่ที่มีเส้นทางการท่องเที่ยวหลาก หลาย ไม่ว่าท่านจะเลือกเรียนที่ใดในแคนาดา ท่านก็จะได้พบกับกิจกรรมมากมาย ทั้งทางด้านวัฒนธรรม ความบันเทิง และอื่นๆ หมุนเวียนกันไปตลอดทั้งปี นอกจากนั้น ท่านยังจะได้เพลิดเพลินกับพิพิธภัณฑ์ต่างๆ งานเทศกาลตามฤดูกาล และความตื่นเต้นของชีวิตยามราตรี อีกมากมาย ซึ่งได้มีการนำเสนออยู่ในแต่ละมณฑลหรือเขตต่างๆ ประเทศแคนาดายังมีท้องถิ่นชนบทที่สวยงาม ซึ่งหมายความว่า กิจกรรมนันทนาการกลางแจ้งส่วนใหญ่จะได้รับความนิยมอย่างสูงที่นี่ด้วย ไม่ว่าจะเป็น การเล่นสกี การขี่จักรยาน การไต่เขา การตั้งค่าย การเที่ยวชมธรรมชาติ หรือแม้แต่การแล่นเรือใบบนน้ำแข็ง 
หาโอกาสสำรวจวิถีชีวิตแบบแคนาดาให้เต็มที่ ขณะที่ท่านกำลังศึกอยู่ในแคนาดา และเมื่อท่านไม่ได้อยู่ในห้องเรียน ท่านก็ควรจะได้ไปทัศนศึกษา ตามเส้นทางการท่องเที่ยวอันโดดเด่นที่มีอยู่มากมาย 

สภาพภูมิอากาศ 

สภาพอากาศของแคนาดามีความหลากหลายตั้งแต่ขั้วโลกเหนือที่หนาวเย็นเป็นน้ำแข็งที่ เส้นรุ้งที่ 70 ไปจนถึงแนวป่าอันเขียวขจีของแถบชายฝั่งตะวันตกของบริติชโคลัมเบีย อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว แคนาดามีฤดูกาลที่แตกต่างกันอย่างเด่นชัด 4 ฤดูโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในแถบภูมิภาคใกล้ชายแดนสหรัฐอเมริกา ที่มีผู้คนอยู่อย่างหนาแน่น อุณหภูมิในช่วงกลางวันของฤดูร้อนอยู่ในช่วง 35 องศาเซลเซียส หรือร้อนกว่านั้น ในขณะที่อุณหภูมิต่ำสุดในฤดูหนาวอาจติดลบถึง 25 องศาเซลเซียส สำหรับอุณหภูมิในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วงจะอยู่ในระดับปานกลาง 
หลายปีที่ผ่านมา ชาวแคนาเดียนได้ปรับตัวอย่างมากให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่มีสถาพอากาศอันหนาว เหน็บ โดยการติดตั้่งเครื่องทำความร้อนในที่อยู่อาศัยและยานพาหนะ รวมถึงระบบขนส่งมวลชน ที่มีการติดตั่้ง ระบบความร้อนเช่นเดียวกับที่ทางเดินระหว่างอาคารในสถานศึกษา




เมืองหลวง
เมืองออตตาวา มณฑลออนตาริโอ 


รูปแบบการปกครอง 
แบบสหพันธรัฐประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา และเป็นระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ แคนาดาจัดเป็นสหพันธรัฐ ซึ่งหมายความว่า อำนาจการบริหารจะมีการจัดสรรให้รัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละมณฑลและเขตปกครอง สามารถปกครองตนเองได้


ผู้นำรัฐบาล 
นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งเป็นองค์พระประมุข ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการเป็นผู้แทนพระองค์
สัญลักษณ์ของประเทศ :  ใบเมเปิล





Canada History  ประวัติของประเทศเเคนนาดาดินแดนที่เป็นประเทศแคนาดาในปัจจุบันในอดีตมีผู้อยู่อาศัยอยู่แล้วเป็นชนพื้นเมืองหลากหลายกลุ่ม เมื่อตอนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 นักสำรวจเดินทางชาวอังกฤษและฝรั่งเศสได้เข้ามาสำรวจ และต่อมาจึงมีการตั้งรกรากขึ้นบนแถบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ในปี ค.ศ.1763 ฝรั่งเศสได้ยอมสูญเสียอาณานิคมเกือบทั้งหมดในทวีปอเมริกาเหนือหลังจากสงครามเจ็ดปี ในปี ค.ศ.1867